วันอาทิตย์, 7 มีนาคม 2564

รีวิวหนัง Dunkirk

29 ม.ค. 2021
121

ภาพยนตร์ Dunkirk ภาพยนตร์แนว สงคราม 

หนังอิงประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ไม่ใช่หนังสงครามแบบเน้นๆ แต่เป็นหนังของการเอาตัวรอดจากสงคราม ผลงานของChristopher Nolan เล่าเรื่องตัวละครในปฏิบัติการเอาตัวรอด ในช่วงที่ทหารอังกฤษและฝรั่งเศสถูกฝ่ายนาซี เยอรมันไล่มาจนถึงชายหาด Dunkirk ในเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งของชายฝั่งของฝรั่งเศส แล้วภารกิจสุดท้ายของเหล่าทหารกว่าสี่แสนกว่านายที่โดนทหารฝ่ายนาซีรุกเข้ามาจนถึงทางตันคือการอพยพขึ้นเรือหนีเพื่อกลับบ้านด้วยความปลอดภัย ด้วยเรือรบ แต่ด้วยเนื่องจากเรือมีขนาดกินน้ำลึกจึงไม่สามารถเทียบฝั่งเพื่อมารับเหล่าทหารได้ ทุกวินาทีบนหาดคือความเสี่ยง วิถีการเอาตัวรอดในครั้งนี้จึงเริ่มต้นขึ้น 

สงครามโลกครั้งที่สองส่วนใหญ่ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของความโหดร้ายทารุณ แต่ในDunkirk  มันคือภาพของเหล่าทหารที่ต้องเอาตัวรอดหลบหนีศัตรูแบบหัวซุกหัวซุนไร้ความหวังจะได้กลับบ้าน  หนังไม่ได้เล่าถึงเหตุสงครามอย่างจริงจัง แต่นำเอาส่วนหนึ่งของสงครามมาเล่า ทหารในเรื่องแทบจะไม่ได้ทำสงครามเลย  การดำเนินเรื่องเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาทำให้เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน เป็นการเล่าเรื่องผ่านมุมมองที่แตกจากหนังสงครามทั่วไป ทำให้ผู้ชมลุ้นที่จะเห็นการคลี่คลายของสถานการณ์ เนื้อเรื่องที่แบ่งเป็นฝ่ายของเหล่าทหารที่มุ่งเมายังหาด Dunkirk ด้วยความหวังจะได้กลับบ้าน ส่วนฝ่ายของเรือของชาวบ้านที่มาร่วมภารกิจช่วยเหลือทหารที่ Dunkirk แทนพวกเรือรบใหญ่ที่ไม่สามารถมารับเหล่าทหารได้ และฝ่ายของนักบินที่ขับเครื่องบินรบชิงไหวชองพริบกับเครื่องบินของฝ่ายนาซีบนน่านฟ้า หนังจึงได้ให้อรรถรสครบจริงในการสู้กันทุกรูปแบบ และยิ่งได้ถาพสวยโดยผู้กำกับChristopher Nolan ที่มีสไตล์ชื่นชอบการถ่ายทำด้วยระบบฟิล์ม จากผลงานหลายต่อหลายเรื่องที่ผ่านมา เพราะเสน่ห์ภาพที่ได้จากฟิลม์นั้นมันกินกล้องถ่ายวีดีโอแบบดิจิตอล ภาพจึงใหญ่เต็มตาเต็มอารมณ์แบบ Floor to Ceiling จากพื้นถึงเพดาน และกว้างสุดขอบจากกำแพงด้านหนึ่งสู่กำแพงอีกฝั่งหนึ่ง ในอัตราส่วน 1.43 : 1พร้อมความโค้งโอบล้อม ทำให้เวลาเรารับชมภาพจะ พอดี เต็มจอ แบบได้อรรถรสมากๆ โทนของหนังออกไปทางDramaมากกว่าAction ฉากรบมีครบทุกรูปแบบแต่น้อย ใครที่ชอบแบบยิงก้ดกระสุนไม่อั้นแบหนังสงครามทั้วไปอาจมีผิดหวัง ฉากที่ดูจะไล่ล่ากันได้มันส์หยดคงจะเป็นการไล่ล่าบนท้องฟ้าของเครื่องบินไฟเตอร์สองฝ่าย ที่ทำให้ลุ้นเอาใจช่วยนักบิน ด้านนักแสดงโดยหนังเลือกนักแสดงหน้าใหม่สดๆเป็นส่วนมากอย่าง Mark Rylance ที่เสนอมุมมองของพลเรือนผ่านบทของDawson ได้อย่างลึกซึ้ง ความคิดและสิ่งที่ทำมันช่างสะท้อนสงครามได้อย่างดี ส่วน Tom Hardy ในบทFarrier คือตัวแทนของทหารผู้กล้า ในการเสียสละตัวเองในภารกิจเพื่อเพื่อนร่วมชาติและประเทศ สมควรได้การยกย่องเป็นอย่างยิ่ง ขณะที่Fionn Whitehead ในบทTommy คนที่ตัดสินผิดพลาดทำให้เกิดความเสียหายแก่กองทัพ บทเรียนที่เขาทำมันทำให้คนรุ่นหลังเอามาศึกษากับเหตุการณ์ครั้งนั้นFionn Whitehead เป็นนักแสดงหนุ่มที่สื่อสารอารมณ์ผ่านท่าทางได้อย่างดี ในช่วงใกล้จบ นี่คือหนังสองชั่วโมงที่อัดแน่นไปด้วยสถานการณ์ตึงเครียด ทั้งการกับกำกับ การตัดต่อ และเพลงประกอบล้วนมีส่วนสำคัญในการกดดันความรู้สึกของผู้ชมเกือบตลอดเรื่อง ตัวหนังสรรหาสถานการณ์สิ้นหวังอัดกระหน่ำใส่พวกทหารที่พยายามเอาตัวรอดตลอดเวลาภาพยนตร์Dunkirk ใช้การลดอารมณ์แบบทีละนิดๆ แบบลงจอดนิ่มๆ กับบทสรุปต่างของหนัง  ทำให้หนังจบแบบเคลียร์กระจ่างชัดในการกระทำ

ถือว่าเป็นหนังสงครามที่ให้เห็นมุมที่ต่างออกไปจากสงครามที่ไม่ใช่แค่การสู้รบ

ดูหนัง https://nungs.io/